แผนดำเนินการของ KLM

ตั้งแต่แผนการระยะสั้นเพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และประหยัดพลังงานในวันนี้ จนถึงเป้าหมายระยะยาวเพื่อกระตุ้นการพัฒนาเชื้อเพลิงที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต 

การลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การปรับปรุงเครื่องบิน -  KLM ได้อัพเกรดเครื่องบินเป็น Boeing 787 Dreamliner และ Airbus A330 รุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับการเดินทางข้ามทวีป ซึ่งใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ารุ่นก่อนๆ ประมาณ 20% นอกจากนี้ เที่ยวบิน Cityhopper ของ KLM ได้เปลี่ยนไปใช้เครื่องบิน Embraer jet ซึ่งใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นถึง 10%

การใช้เครื่องบินอัจฉริยะ –การจัดการเที่ยวบินอย่างมีประสิทธิภาพทำให้ใช้เครื่องบินอย่างเหมาะสมซึ่งช่วยประหยัดเชื้อเพลิง ตัวอย่างเช่น ในระหว่างฤดูท่องเที่ยวในหน้าร้อน เราใช้เครื่องบินที่ลำใหญ่กว่าที่ใช้ในช่วงฤดูหนาวเนื่องด้วยจำนวนผู้โดยสารที่แตกต่างกัน

การทำความสะอาดเครื่องยนต์ที่ดีขึ้น - เครื่องยนต์ที่สะอาดเผาไหม้เชื้อเพลิงน้อยกว่าและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาน้อยกว่า ตอนนี้วิธีการทำความสะอาดเครื่องยนต์ที่ปรับปรุงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรงานบำรุงรักษาเครื่องบินของเรา อ่านเพิ่มเติมได้ที่ klmtakescare.com

เครื่องบินแห่งอนาคต - KLM สนับสนุนการวิจัยของ Delft University of Technology เพื่อพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 50% และเงียบขึ้น 50% ซึ่งสามารถพร้อมบินราวๆ ปี 2025


การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืน - หากอุตสาหกรรมสายการบินหันไปใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืนอย่างแพร่หลาย จะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 80% KLM คือผู้นำในการบุกเบิกการใช้งานเชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืนและกระตุ้นตลาดให้ทำเช่นนั้นร่วมกันโดยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ KLM ใช้เฉพาะเชื้อเพลิงชีวภาพที่ยั่งยืนซึ่งผลิตจากวัตถุดิบที่ไม่ได้แลกมาด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร อ่านเพิ่มเติมได้ที่ klmtakescare.com

การควบคุมปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Fuel nozzle

ระบบซื้อขายใบอนุญาตการปล่อยมลพิษทางอากาศ - KLM เข้าร่วมในระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยมลพิษทางอากาศแห่งยุโรป ซึ่งซื้อขายสิทธิการปล่อยมลพิษทางอากาศ สำหรับอุตสาหกรรมการบินก็ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ KLM ได้มีส่วนร่วมในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องโดยการสนับสนุนนโยบายสภาพอากาศที่มีประสิทธิภาพทั่วโลก โดยหวังว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งเป็นองค์การระดับโลกแห่งแรก จะยืนหยัดเพื่อพยายามควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมการบิน หลักการสำคัญก็คือ ผู้ปล่อยมลพิษต้องชดเชย ทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจสำคัญให้อุตสาหกรรมต้องจำกัดปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศ


น่านฟ้ายุโรปเดียวกัน – KLM ต้องการหน่วยงานควบคุมการจราจรทางอากาศภาคพื้นยุโรปหน่วยเดียวเพื่อให้เส้นทางการบินได้รับการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บินจาก A ไป B ได้โดยตรงมากขึ้น โดยไม่ต้องอ้อม สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซได้มากถึง 12%

การชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

CO2 ZERO – บริการชดเชยที่เรามีสำหรับผู้โดยสารนั้นใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดภายในอุตสาหกรรมสายการบินในส่วนของการชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ บริการนี้ช่วยให้ผู้โดยสารได้บินแบบ CO2 neutral ด้วยวิธีการที่ง่ายและมีประสิทธิภาพในราคาประหยัด

โครงการ Gold Standard – ได้มีการนำเงินที่ได้จากโปรแกรม CO2ZERO ไปลงทุนในโครงการ Gold Standard ฉลาก Gold Standard ซึ่งริเริ่มโดย WNF จัดตั้งข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดในการชดเชยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งช่วยรับรองว่ามีการลงทุนโดยตรงในโครงการพลังงานที่ยั่งยืนในประเทศที่กำลังพัฒนา โครงการต้องตรงกับข้อกำหนดที่เคร่งครัด ควรอุทิศให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและใช้แรงงานภายในท้องถิ่น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ klmtakescare.com